calendar

พู่กัน กับการเริ่มเดือนสิงหาคม
พู่กันฉลองวันเกิดยาย ตา
พู่กัน ณ ปัตตานี 1 # เดินทาง
วันอาทิตย์ก่อนมาใต้
พู่กันเที่ยววัดกับพ่อแม่
สองคนแม่ลูก
พู่กันกับแม่ไป The mall
ตากลับปัตตานี
ยายกลับปัตตานีแล้ว
พู่กันตะลอนเที่ยว และรอรับตา
พู่กันเที่ยวพัทยาและยังท้องเสีย
พู่กันเที่ยวเขาเขียว + ท้องเสีย
วันศุกร์แล้ว
ตายายมาหาพู่กันอีกแล้ว
พู่กันเก่งนั่ง Car Seat ไปกับแม่ 2 คนที่ คาร์ฟูได้
พู่กันกลับมาร่าเริงและตายายกลับแล้ว
พู่กันพ่นยาแต่ยังเที่ยวสนุกวัดเล่งเนยยี่
แปะไว้ก่อน 2
แปะไว้ก่อน เดี๋ยวมาอัพเดท
พุ่กันหลอดลมอักเสบ
พู่กันป่วยงอมแงม
พู่กันป่วยไป รพ รามาฯ
พู่กันป่วย
พู่กันกับ CarSeat ครั้งแรก
ไปซื้อ CarSeat
ตายายกลับมาแล้ว
พ่อลาครึ่งวัน และลูกไปหาหมอที่รามาฯ
วันหยุดพักผ่อนสบายๆ
บันทึกแห่งความเกลียดชัง
พู่กันเที่ยวบางแสนวันที่ 3: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
พู่กันเที่ยวบางแสนวันที่ 2
พู่กันเที่ยวบางแสนวันที่ 1
สัปดาห์ที่แม่เหนื่อยมากกกกที่สุด
พู่กันฝึกว่ายน้ำครั้งที่ 4
บันทึกจากพ่อ :ที่ได้อยู่กับพู่กับลำพังบ้าง
พู่กันวัย 1 ขวบ 2 เดือน
พู่กันว่ายน้ำชายหาด
พู่กันเที่ยวระยองหาดแม่พิม
พู่กันเที่ยวศรีราชา
แม่ของตาลเอง
เหน่ง



พุ่กันหลอดลมอักเสบ

14/05/54

วันนี้มีเรื่องให้แม่จำได้ดีเลยละ โดยไม่ต้องพึ่งไดอารี่จากยาย


เช้านี้ตื่นขึ้นมา อาการไอ ของลูกแย่ลงมาก ไอเยอะมากๆ เลย

ตาเป็นกังวลว่า คอลูกจะอักเสบ

พวกเราปรึกษากัน และตัดสินใจจะพาลูกไปหาหมออีกครั้ง

แต่คราวนี้เราเลือก รพ เอกชนใกล้บ้าน ( รพที่ ลูกเกิด )

เราคิดกันว่า อยากให้หมอช่วยดูที่คอลูก เผื่อได้ยาแก้ไอกลับมา

เพราะอาการอื่น เช่นไข้ ก็ไม่มีแล้ว  ลูกก็ดูร่าเริงขึ้นมากๆ 


ไปถึง รพ ช่วงเช้าๆ  พ่อยื่นบัตรสิทธิ์ประกันสุขภาพของลูก คือลูกได้สวัสดิการจากบริษัทของพ่อด้วย

จากนั้น ก็พาลูกไปชั่งน้ำหนัก 8.6 กก (น้อยมาก)  วัดไข้ไม่มี

แล้วก็ได้พบแพทย์ ซึ่งก็เป็นคุณหมอที่เคยดูแลลูกตอนคลอดเสร็จ

 และเป็นคุณหมอที่ฉีดวิตามิน K ให้ลูกตอนลูกสะดือเลือดออก


เมื่อพู่กันพบหมอ ลูกกลัวมาก เป็นการฝังใจที่เกิดหลังจากไปพบหมอที่รามาฯ มาเมื่อวันก่อน

ลูกร้องไห้ลั่นๆ แม่อุ้มลูกไว้ ลูกไม่อยากให้หมอถูกตัว

 (ก่อนหน้านี้ลูกไม่เคยกลัวหมอเลย ถ้าไม่เจอเคสรามาฯ ครั้งนั้น )

พวกเราเล่าอาการให้หมอฟัง พร้อมทั้งเอายาที่ได้จาก รพ รามาฯ ให้หมอดู โดยเน้นย้ำว่า 

ที่มาวันนี้เพราะห่วงอาการที่ลูกไอ

คุณหมอดูคอ ก็แดงนิดหน่อย แล้วก็ฟังเสียงปอด บอกว่าลูกมีเสมหะเยอะ

จากนั้นก็สั่ง X-ray

ถึงตอนนี้พวกเรา ได้แก่ พ่อ แม่ ตา ยาย มองหน้ากันด้วยความอึ้งแล้ว

ว่าถึงขนาดต้อง x ray เลยเหรอ แค่ไอ เนี่ย


ก็พาลูกไป X ray ใจแม่ไม่ได้อยากให้ทำเลย คือแม่ไม่รู้ว่าไอ้รังสีเนี่ยมีผลอะไรต่อเด็กเล็กๆ มั้ย

ทำไมสั่งให้ x ray กันง่ายๆ จัง หรือว่า ลูกเป็นหนัก จริงๆ


แม่กับยายพาลูกไปที่ห้อง x ray ลูกร้องกลัวไปทุกอย่างไม่อยากขึ้นนอนเตียง

แต่สุดท้ายก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว


แล้วเราก็กลับมารอฟังผล

หมอชี้แจงว่า ดูจากฟิล์มแล้ว มีเสมหะลงมาถึงปอดตอนบนแล้ว

กลัวจะปอดบวม ดังนั้นจึงสั่ง Admit 


อันนี้เราก็ยิ่งอึ้งหนักกันเข้าไปอีก

คือไม่นึกว่าต้องขนาดนี้

แล้วหมอก็เร่งรัดจะให้ Admit ถ้าเดียว

พวกเราเลยขอไปตั้งหลัก


ที่ต้องคิดมาก ไม่ได้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายเลย แถมเรามีสวัสดิการเบิกได้ด้วยซ้ำ

แต่ ... เพราะ 

 แม่ กับยาย ค่อนข้างที่ไม่เชื่อมั่น(อ่าว)

เราเคยอ่านในเว็บ และไดอารี่ของน้องเมย์ แม่ฝ้าย ที่เขียนถึงเรื่องว่า

น้องเมย์ไม่สบายเหมือนไม่เยอะ พาไป รพ เอกชน เจอ admit จนกลายเป็นหนัก

แล้วมันก็จะมาเหมือนกับครั้งนี้หรือไม่ ที่เราเห็นลูกเรา เหมือนจะไม่ได้หนักอะไร

แล้วเจอจับ admit

ทำให้เราคิดต่อว่า แล้วลูกจะเป็นยังไง

ในเมื่อช่วงนี้ลูกกลัวหมอ กลัวพยาบาล ไม่ชอบให้มาใกล้

อีกอย่างเท่าที่ฟังวิธีรักษา มีทั้งเคาะปอดบ้าง ให้ยาโน่นนี่ 

ที่แน่ๆ ลูกต้องเจอให้ยาที่ทำให้หลับให้ซึมแน่นอน

ประกอบกับ เรายังอยากให้แน่ใจกว่านี้

ตาเลยไปคุยกับหมอ ก็เจอ ตวาดกลับมา ยังไงต้องให้รักษาที่ รพ

ถ้าไม่มั่นใจ จะเขียนส่งตัวไป รักษา รพ อื่นก็ได้


สุดท้ายเหน่งไปจัดการ ก็เคลียร์ค่าใช้จ่าย เสียไป 980 บาท

ไม่มียาให้ และไม่ยอมให้เบิก เพราะไม่มียา นี่แหละ

ทั้งๆที่เรามีบัตรประกัน งงไปเลย

ถ้าจะเบิกต้องไปเบิกเอง แต่หมอไม่ยอมออกใบรับรองแพทย์ให้ ก็เลยเบิกไม่ได้อยู่ดี

เป็นไงละ เริ่ดมาก ที่นี่ เหอ เหอ


เราได้ฟิล์ม xray พร้อมใบส่งตัวมา

ก็ตั้งใจจะไป รพ รามาฯ เพราะอย่างน้อยๆ มีประวัติที่นั่น

และยาย เชื่อว่า หมอจะไม่เห็นแก่เงิน และเป็นธรรมกับเราแน่นอน

เราขับรถไป เกือบ ถึงสะพานพระนั่งเกล้าฯ

ระหว่างทางโทรไปรพฯ ได้คำตอบว่า รพฯ ปิดจ้า มีแต่ฉุกเฉิน เพราะช่วงนี้เป็นวันหยุดยาว

ก็เลยต้องหยุดที่ปั๊มตั้งหลักกันใหม่

ตาโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ ได้รับคำปรึกษา

ให้ลองเอาฟิล์มให้ที่อื่นช่วยดู และสำหรับทางเลือก ในการรักษาสามารถทำได้หลายวิธี

และเท่าที่ฟังอาการก็ไม่น่าจะใช่ปอดบวม เพราะไม่มีไข้แล้ว


สุดท้ายเราเลือกที่จะไป รพ ชลลดาที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน และพู่กันก็ฉีดวัคซีนประจำที่นี่

ไปถึงได้พบหมอ พรทิพย์ หมอประจำของพู่กัน

บอกอาการให้คุณหมอฟัง พร้อมเอาผล x ray ให้ดู และบอกว่า หมออีกที่สั่ง admit จำเป็นมั้ย

พอหมอดูฟิล์ม หมอถึงกับส่ายหน้า และก็ส่งไปให้หมอที่เชี่ยวชาญด้านผล x ray ดู สำหรับ 2nd opinion

และก็ได้รับคำตอบตรงกันว่า ไม่ได้เป็นปอดบวม เป็นหลอดลมอักเสบ

และยังไม่ต้องนอน รพ 

ให้ยาปฏิชีวะนะมาทาน และให้ทานยาขยายหลอดลม ส่วนยาแก้ไอ ก็กินจากที่ได้จากรามาฯ


คุณหมอยังให้คำแนะนำ และคำตอบที่ทำให้พวกเราพอใจมาก

คือตอบแบบยืดหยุ่น และให้ทางเลือกไม่บังคับ เราเกินไป 

อีกทั้ง คุณหมอจะถามความคิดเห็นจากเราด้วย เพราะเราคือผู้ใกล้ชิดลูกมากที่สุด


ได้ยามาก็กลับบ้าน

มาถึงก็ช่วยกันป้อนยาหลังอาหาร ลูกร้อง 

ครั้งแรกแม่ป้อนไม่สำเร็จ ออกมาหมด

ต้องให้พ่อมาจัดการ

พุ่กันหลอดลมอักเสบ

ในที่สุดก็สำเร็จ แต่เราเสียยาไป 1 ห่อ ทำให้ไม่ครบโดส 3 วัน


พุ่กันหลอดลมอักเสบ

หลังทานยาต่างๆ ลูกก็นิ่งๆ สงบลง

พุ่กันหลอดลมอักเสบ

พุ่กันหลอดลมอักเสบ

อาการไอ ก็ยังคงมี ก็ต้องค่อยๆ ดูกัน ว่าพอครบโดส แล้วเป็นยังไง

แม่อุ้มลูกรู้เลยว่า ลูกมีเสลดเยอะ เพราะแค่สัมผัสก็รู้สึกได้


****

ขอบคุณแฟนไดอารี่ลึกลับ ที่ส่งกำลังใจให้เสมอ ทั้งผ่าน comment 

และฝากเพื่อนมาบอก เพราะไม่คิดเลยว่า เรื่องราวที่ได้บันทึก จะส่งผ่านไปถึงหลายๆ คน


มีไดอารี่หน้าหนึ่ง เคยเขียน ช่วงที่จิตใจ down ที่สุดก่อนหน้านี้

ที่เหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมากๆ และน้อยใจคนอื่นๆ หลายๆ เรื่องรวมกัน

จนได้คำเตือนใจจากพี่จิ smoothiegirl สั้นๆ 

มาตอบนะคะ ว่าคืออะไร แม้จะจำประโยค original ไม่ได้ แต่จำใจความได้

"ลูกจะติดเราแค่ช่วงนี้แหละคะ ตามวัยของเค้า เราควรจะคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้ใกล้ชิดเค้า

เพราะหลังจากนี้เค้าจะมีวิถีทางและชีิวิตของเค้าเอง แม่นะสิจะเป็นฝ่ายวิ่งไปกอดไปหอมไปขอใกล้ชิดเค้า"


แค่นี้แหละที่จุดประกาย เปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่

ทำให้ที่เหนื่อยๆ มา หายหมดเลย แล้วยิ้ม ว่านี่เราโชคดีนะเนี่ย


กับอีกหนึ่งเรื่องราวที่อยากจะแชร์ให้หลายๆ คนลองกดไปอ่าน


เป็นเรื่องราว ของพี่ อ้อ vanin ขออนุญาติด้วยนะคะพี่

ที่เขียนในบอร์ดแห่งหนึ่ง เล่าเรื่องครรภ์เป็นพิษ ทำให้คลอดก่อนกำหนด ลูกน้ำหนักตัวน้อยมาก

ประกอบกับโรคที่รุมเร้า 

พี่อ้อและสามี ชั่งมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ แม้พี่จะบอกว่าไม่เข้มแข็งแต่จริงๆแล้วยิ่งกว่าเข้มแข็ง

ลูกพี่อ้อเองก็สู้อยู่หลายเดือน ร่วมๆ เกือบปีนะคะ แล้วน้องก็จากไป

อ่านจบครั้งที่เท่่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ร้องไห้ท่วมตลอด

สิ่งที่ได้รับคือ ความรู้สึกที่ว่า เราโชคดีเหลือเกิน ที่ลูกยังอยู่กับเรา 

ถึงจะซนบ้าง อะไรบ้าง ตามประสาเด็กฉลาด ฮาๆ

เพราะงั้น จะบ่นทำไมว่าเหนื่อย เปลี่ยนมุมมองใหม่และสนุกไปกับลูกดีกว่า


http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=51758&PN=1&title=p37 

     Share

<< พู่กันป่วยงอมแงมแปะไว้ก่อน เดี๋ยวมาอัพเดท >>

Posted on Thu 2 Jun 2011 18:47
 

Comments

เลิกเข้าแล้วค่ะ ที่รพ นั้นน่ะ ทั้งที่บ้านใกล้มาก

คนเป็นแม่ก็แบบนีละค่ะ ลูกป่วยที ใจแม่แทบละลาย ลูกพี่ก็คลอดก่อน ครรภ์เป้นพิษเหมือนกัน แต่แม่เท่านั้นที่ช่วยลูกได้ กำลังใจอันดับ 1 ค่ะ

สู้น่ะค่ะ นอน เอา น้ำมันยูคา หย่ดใส่น้ำร้อน ใส่ถ้วย จะช่วยเรื่องหายใจ ทุบหอมแดงสักนิด นอนหลับสบายค่ะ ลูกสองคนใช้วิธีนี้ พอจะช่วยน่ะค่ะ

ลองดู

แม่เจ้าฮัก กะ น้องดีใจ   
Mon 6 Jun 2011 14:04 [3]

ขอบคุณค่ะคุณตาล คุณจิเป็นยอดคุณแม่ท่านหนึ่งจริงๆ เสียดายที่ช่วงนี้เธอล็อคได

ได้ตามไปอ่านลิงค์ที่คุณตาลนำมาแปะไว้แล้ว พูดไม่ออกจริงๆ
reader   
Fri 3 Jun 2011 14:59 [2]

เข้ามาส่งกำลังใจให้คุณตาลและครอบครัวนะคะ มีลูกวัยไม่ต่างกันมาก น้องเก้าเวลาไม่สบายจะเป็นที่คอก่อนเลยคะ ถ้าไม่คออักเสบ หรือ ต่อมทอลซินอักเสบ ก็จะเป็นหลอดลมอักเสบเหมือนน้องพู่กัน ให้น้องทานน้ำเยอะ ๆ นะคะ ช่วยได้เยอะจริง ๆ (เคยเห็นคุณตาลตั้งแต่ใน Wedding square และ Lady square แล้วคะ รวมทั้งติดตามอ่านไดมาสักพัก ขออนุญาตนะคะ^^)
เก้าคุง   
Fri 3 Jun 2011 12:45 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh