|
เตือนภัย อย่าใช้คอม นานเกิน
ไม่คิดว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองในเร็ววันนี้
เรื่องเริ่มจาก เมื่อวานตอนช่วงเช้า หลังจากคุยงานกับหัวหน้าตามปกติ แล้วอยู่ๆเกิดอาการ ตาพร่าๆ ลายๆ ก็คิดว่า คงไม่เป็นอะไรนัก เลยเดินไปล้างหน้าล้างตา เผื่อทีจะมีอะไรติดที่ตาหรือเปล่า กลับมาหัวหน้าให้อ่านงานซึ่งเป็นไฟล์ PDF ต้องอ่านจากคอมพิวเตอร์ (ปกตินั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อยู่แล้ว) อาการกลับแย่ลง จากพร่าๆ มัวๆ ลายๆ เป็น ตาข้างขวา ด้านๆ ปลายตา ชักมืดๆ มองไม่เห็น ไอ้ส่วนที่มองเห็นภาพก็สั่นๆ แต่ตาข้างซ้ายยังพอมองเห็นดี ทำให้ตา 2 ข้างมองเห็นไม่เท่ากัน จนเริ่มเวียนหัว และค่อยๆ มองไม่เห็น
ตอนนั้นตกใจมาก ไม่รู้ว่าตาเราเป็นอะไร จะมืดบอดไปเลยมั้ย ก็พยายามพักสายตา กรอกตาไปมา แล้วนั่งนิ่งๆ จนอาการตาลายและมองไม่เห็น เริ่มกลับมามองเห็น และค่อยๆ ปรับจนเหมือนจะปกติ แต่ที่แลกมา คืออาการปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดทั้ง 2 ข้าง แบบทนแทบไม่ไหว อาการปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนพูดจาแทบไม่รู้เรื่อง และจำชื่อเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ทั้งปวดและเบลอ
จนคุณสามีทนไม่ไหว (นั่งทำงานอยู่ด้วยกัน) รีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล
แอบชื่นชมว่า เดี๋ยวนี้รักษาประกันสังคม ไม่แย่อย่างที่คิดแล้ว รวดเร็วทันใจดีมาก
รอไม่ถึง 10 นาทีก็ได้เข้าตรวจ เล่าอาการให้หมอฟัง
คำถามแรกที่หมอถาม "ทำงานอะไร"
ตาล : เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
แล้วหมอก็ถามต่อว่า "วันนึงคุณนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณกี่ชั่วโมง"
ตาล : ทำงานทั้งวัน 8 ชั่วโมง ได้พัก 1 ชั่วโมงช่วงทานอาหาร
จากนั้น หมอก็จับแหกลูกกะตา บอกให้ทำตาโตๆ แล้วเอาไฟส่อง
แล้วก็ได้สรุปว่า เริ่มจากการที่ใช้สายตาเยอะมากไป จนมีผลต่อระบบประสาท เพราะเมื่อใช้สายตามาก ประกอบกับภาวะเครียด โดยไม่รู้ตัว เลยเป็นแบบนี้ได้
หมอก็เลยให้ยาคลายเครียด (ประสาท) และยาแก้ปวดหัว อีกเพียบ
พร้อมกับบอกว่า ต่อไปให้ทำงานจ้องคอมพิวเตอร์ ไม่เกิน 45 นาที ต่อครั้ง หลังจากนั้นให้พัก 5-10 นาที พักสายตา ด้วยการเปลี่ยนอิริยาบถ มองนกมองฟ้า แทน
เพราะเวลาเราจ้องคอมนานๆ เราจะเพ่ง และเครียดโดยไม่รู้ตัวและตอนนี้ร่างกายของคุณมันเริ่มประท้วงแล ้ว
Posted on Mon 9 Jun 2008 15:53 |
|